ปัญหาโซลาร์เซลล์ หลังติดตั้งและวิธีแก้ไขง่าย ๆ

ปัญหาที่พบบ่อยหลังติดตั้งโซลาร์เซลล์และวิธีแก้ไข

ปัญหาโซลาร์เซลล์ การติดตั้ง โซลาร์เซลล์ ถือเป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าและมีประโยชน์ในระยะยาว เพราะนอกจากจะช่วยลดค่าไฟฟ้าในบ้านหรือธุรกิจได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่ไม่สร้างมลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ โซลาร์เซลล์ ช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบโครงข่ายหลัก และยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อีกด้วย นอกจากนี้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ยังสอดคล้องกับแนวทางการใช้พลังงานทดแทนที่กำลังเป็นที่สนใจในปัจจุบัน ทำให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อนและสนับสนุนพลังงานสะอาด

อย่างไรก็ตาม การติดตั้ง โซลาร์เซลล์ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นหลังการติดตั้ง ในทางตรงกันข้าม หลังจากติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลายคนอาจพบอุปสรรคที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบ หากผู้ใช้งานไม่รู้วิธีแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างถูกต้อง อาจทำให้การผลิตพลังงานจากโซลาร์เซลล์ลดลง หรืออาจเกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ เช่น อินเวอร์เตอร์ แผงโซลาร์เซลล์ หรือสายไฟ ซึ่งไม่เพียงแต่ลดประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้การลงทุนครั้งนี้สูญเปล่าได้

ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังติดตั้งโซลาร์เซลล์มักมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ปัญหาเล็กน้อย เช่น ฝุ่นหรือคราบสกปรกบนแผงลดประสิทธิภาพการผลิต ไปจนถึงปัญหารุนแรง เช่น อินเวอร์เตอร์ทำงานผิดปกติ หรือสายไฟหลวมที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การเข้าใจและรู้จักวิธีป้องกันหรือแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ

สิ่งแรกที่ผู้ใช้งานโซลาร์เซลล์ควรสังเกตคือ ผลผลิตไฟฟ้าที่ได้จากระบบ หากพบว่าผลผลิตต่ำกว่าที่คำนวณไว้ อาจเกิดจากแผงโซลาร์เซลล์ถูกติดตั้งในตำแหน่งที่ไม่ได้รับแสงแดดเต็มที่ หรือมีเงามาบดบัง เช่น เงาจากต้นไม้ อาคารสูง หรือหลังคาที่เอียงในทิศทางที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ฝุ่น คราบน้ำฝน หรือเศษใบไม้ที่ตกลงบนแผงโซลาร์เซลล์ก็สามารถลดการดูดซับแสงและทำให้การผลิตไฟฟ้าลดลงได้อย่างมาก

นอกจากฝุ่นและเงาแล้ว การทำงานผิดปกติของอุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบ เช่น อินเวอร์เตอร์หรือสายไฟที่ต่อไม่แน่น ก็สามารถทำให้ระบบโซลาร์เซลล์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และบางครั้งอาจหยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ การตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้โซลาร์เซลล์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน

อีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยหลังติดตั้งโซลาร์เซลล์คือความร้อนสะสมของแผง หากแผงโซลาร์เซลล์ถูกติดตั้งบนหลังคาที่สะสมความร้อนสูง หรือระบายอากาศไม่เพียงพอ ความร้อนเหล่านี้สามารถลดประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้ เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์จะทำงานได้ดีในอุณหภูมิที่เหมาะสม การออกแบบตำแหน่งติดตั้งให้มีช่องว่างระหว่างแผงกับหลังคาเพื่อให้อากาศถ่ายเท หรือใช้วัสดุรองใต้แผงที่ช่วยระบายความร้อน จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ได้

แม้ว่าโซลาร์เซลล์จะเป็นเทคโนโลยีที่ทนทาน แต่ก็ต้องการการบำรุงรักษาและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ เช่น การล้างฝุ่น คราบสกปรก หรือเศษใบไม้ การตรวจสอบอินเวอร์เตอร์และสายไฟ การตรวจสอบขั้วต่อของแผงโซลาร์เซลล์ให้แน่นอยู่เสมอ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน

โดยรวมแล้ว การติดตั้ง โซลาร์เซลล์ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและช่วยให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในการใช้พลังงานสะอาด แต่การรู้จักปัญหาที่อาจเกิดหลังติดตั้งและวิธีแก้ไขอย่างถูกต้อง เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ตลอดจนสร้างความมั่นใจว่าการลงทุนในโซลาร์เซลล์นั้นคุ้มค่าและมีประโยชน์ในระยะยาว

ผลผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ต่ำกว่าที่คาดหวัง

หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยหลังติดตั้ง โซลาร์เซลล์ คือระบบผลิตไฟฟ้าได้ต่ำกว่าที่คำนวณไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตในช่วงแรกของการใช้งาน ผลกระทบของปัญหานี้ไม่เพียงแค่ทำให้ค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้น้อยลง แต่ยังสะท้อนถึงประสิทธิภาพโดยรวมของระบบโซลาร์เซลล์ที่อาจถูกลดลงจากปัจจัยต่าง ๆ

สาเหตุหลักของผลผลิตไฟฟ้าต่ำ

  1. ตำแหน่งการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไม่เหมาะสม
    แผงโซลาร์เซลล์จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อได้รับแสงแดดโดยตรงตลอดช่วงเวลาที่เหมาะสม หากมีเงาบังจากต้นไม้ อาคารสูง หรือหลังคาที่เอียงไม่เหมาะสม จะทำให้บางส่วนของแผงทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้น้อยกว่าที่คาดการณ์
  2. ฝุ่น คราบสกปรก หรือเศษใบไม้บนแผงโซลาร์เซลล์
    แผงโซลาร์เซลล์จะดูดซับแสงได้มากที่สุดก็ต่อเมื่อผิวแผงสะอาด หากมีฝุ่น คราบน้ำฝน หรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ เกาะอยู่ การดูดซับแสงจะลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลงอย่างชัดเจน
  3. ปัญหาระบบอินเวอร์เตอร์หรือสายไฟ
    อินเวอร์เตอร์และสายไฟถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบโซลาร์เซลล์ หากอินเวอร์เตอร์ทำงานผิดปกติ หรือสายไฟต่อไม่แน่นหรือมีความเสียหาย การส่งกระแสไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ไปยังบ้านจะไม่สมบูรณ์ ทำให้ผลผลิตไฟฟ้าที่ได้ต่ำกว่าที่คาด

วิธีแก้ไขและป้องกัน

ตรวจสอบตำแหน่งการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์
ควรติดตั้งแผงในพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องถึงเต็มที่ตลอดวัน และหลีกเลี่ยงการติดตั้งในบริเวณที่มีเงามาบดบัง เช่น หลังคาที่มีทิศทางไม่เหมาะสม หรือใกล้ต้นไม้สูง การวางแผงในมุมเอียงที่เหมาะสมกับภูมิศาสตร์ของพื้นที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้มาก

ล้างแผงโซลาร์เซลล์อย่างสม่ำเสมอ
การทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์อย่างน้อยเดือนละครั้ง ด้วยน้ำสะอาดและผ้านุ่มหรือฟองน้ำจะช่วยให้ผิวแผงสะอาด ลดการสะท้อนแสง และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

ตรวจสอบระบบอินเวอร์เตอร์และสายไฟ
ควรตรวจสอบอินเวอร์เตอร์อย่างสม่ำเสมอว่าทำงานปกติหรือไม่ และตรวจสอบการเชื่อมต่อสายไฟ หากพบความเสียหายหรือสายไฟหลวม ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบและซ่อมแซม เพื่อให้ระบบโซลาร์เซลล์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ปัญหาโซลาร์เซลล์ หยุดทำงานหรือทำงานผิดปกติ

แม้ว่าการติดตั้ง โซลาร์เซลล์ จะช่วยให้บ้านหรือธุรกิจผลิตไฟฟ้าได้เอง แต่บางครั้งผู้ใช้งานอาจพบว่า ระบบโซลาร์เซลล์หยุดทำงานหรือทำงานไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในช่วงเริ่มต้นของการใช้งานและระยะยาว หากไม่แก้ไขอย่างถูกวิธี จะส่งผลต่อปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้และอาจสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์ได้

สาเหตุหลักของโซลาร์เซลล์ทำงานผิดปกติ

  1. อินเวอร์เตอร์ทำงานผิดปกติ
    อินเวอร์เตอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแผงโซลาร์เซลล์ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สำหรับใช้ในบ้านหรือธุรกิจ หากอินเวอร์เตอร์เกิดความผิดปกติ เช่น ความร้อนสูง ระบบป้องกันตัดไฟทำงาน หรืออุปกรณ์ภายในเสียหาย การผลิตไฟฟ้าจะหยุดชะงัก หรือเกิดการทำงานที่ไม่สม่ำเสมอ
  2. การเชื่อมต่อสายไฟหลวม หรือขั้วต่อแผงโซลาร์เซลล์มีปัญหา
    สายไฟและขั้วต่อถือเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของระบบโซลาร์เซลล์ หากขั้วต่อหลวม สายไฟขาด หรือมีการสึกหรอจากสภาพอากาศ การส่งพลังงานไฟฟ้าจะไม่สมบูรณ์ ทำให้ระบบเกิดการตัดไฟหรือไฟฟ้าที่ผลิตได้น้อยกว่าปกติ
  3. การตั้งค่าระบบไม่ถูกต้อง
    บางครั้งปัญหาเกิดจากการตั้งค่าระบบโซลาร์เซลล์ไม่ถูกต้อง เช่น การตั้งค่าการป้องกันกระแสเกิน การตั้งค่าแรงดันไฟฟ้า หรือการตั้งเวลาใช้งาน หากค่าตั้งเหล่านี้ไม่เหมาะสม ระบบอาจตัดการทำงานหรือทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ

วิธีแก้ไขและป้องกัน

ตรวจสอบอินเวอร์เตอร์และรีเซ็ตตามคู่มือ
หากระบบโซลาร์เซลล์หยุดทำงาน ให้ตรวจสอบอินเวอร์เตอร์เบื้องต้นตามคู่มือผู้ผลิต บางครั้งการรีเซ็ตอินเวอร์เตอร์สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที

ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายไฟและขั้วต่อ
ตรวจสอบว่าสายไฟและขั้วต่อของแผงโซลาร์เซลล์แน่นและอยู่ในสภาพดี หากพบสายไฟหลวม ขาด หรือสึกหรอ ให้ขันให้แน่นหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหาย

ตรวจสอบค่าตั้งระบบ
ตรวจสอบการตั้งค่าของระบบโซลาร์เซลล์ เช่น แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และการตั้งค่าการป้องกัน หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาช่างติดตั้งโซลาร์เซลล์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับค่าตั้งให้เหมาะสม

บำรุงรักษาและตรวจสอบเป็นประจำ
การตรวจสอบระบบโซลาร์เซลล์อย่างสม่ำเสมอ เช่น เดือนละครั้ง จะช่วยป้องกันปัญหาอินเวอร์เตอร์ทำงานผิดปกติและการหลวมของสายไฟ รวมถึงตรวจสอบว่าแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์อื่น ๆ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

เสียงรบกวนจาก ปัญหาโซลาร์เซลล์

หลังจากติดตั้ง โซลาร์เซลล์ บางบ้านอาจสังเกตได้ถึงเสียงรบกวนจากอุปกรณ์ในระบบ ซึ่งปัญหาเสียงเหล่านี้แม้ไม่ส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้าโดยตรง แต่สามารถสร้างความรำคาญและส่งผลต่อความสบายในการอยู่อาศัยได้ โดยเฉพาะบ้านที่ติดตั้งอินเวอร์เตอร์หรือสายไฟใกล้บริเวณที่อยู่อาศัย

สาเหตุหลักของเสียงรบกวน

  1. อินเวอร์เตอร์สร้างเสียงดัง
    อินเวอร์เตอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรงจากแผง โซลาร์เซลล์ ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับสำหรับใช้ในบ้าน กระบวนการนี้บางครั้งทำให้เกิดเสียงดัง โดยเฉพาะในรุ่นที่ใช้พัดลมระบายความร้อน หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในทำงานหนัก
  2. การติดตั้งสายไฟไม่เรียบร้อย
    สายไฟที่ไม่เรียบร้อย เช่น สายไฟวางเกะกะ ขั้วต่อหลวม หรือสายไฟขาดบางส่วน อาจทำให้เกิดเสียงรบกวนขณะไฟฟ้าไหลผ่าน นอกจากนี้สายไฟที่สั่นไหวหรือเสียดสีกับโครงสร้างบ้านก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดเสียง

วิธีแก้ไขและป้องกัน

ตรวจสอบและจัดสายไฟให้เรียบร้อย
การจัดสายไฟให้เรียบร้อยและติดตั้งอย่างมั่นคง ช่วยลดการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวน ควรใช้ท่อหรือรางสายไฟเพื่อป้องกันการเสียดสี และตรวจสอบขั้วต่อให้แน่น

ปรึกษาผู้ผลิตหากเสียงจากอินเวอร์เตอร์รบกวนมากเกินไป
หากเสียงจากอินเวอร์เตอร์รบกวนมากเกินไป ควรติดต่อผู้ผลิตหรือช่างติดตั้ง โซลาร์เซลล์ เพื่อปรับตำแหน่งติดตั้ง เปลี่ยนรุ่นที่มีเสียงต่ำ หรือทำการติดตั้งฉนวนกันเสียงรอบอุปกรณ์

บำรุงรักษาอินเวอร์เตอร์
การทำความสะอาดพัดลมระบายความร้อนและตรวจสอบชิ้นส่วนภายในอินเวอร์เตอร์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดเสียงรบกวนและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์

ปัญหาโซลาร์เซลล์ร้อนเกินไป

แม้ว่า โซลาร์เซลล์ จะได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้า แต่การทำงานที่ได้รับความร้อนสูงเกินไปก็สามารถส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้ แผงโซลาร์เซลล์จะทำงานได้เต็มที่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม หากแผงร้อนเกินไป ความสามารถในการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้ากระแสสลับจะลดลง ทำให้ผลผลิตไฟฟ้าที่ได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

สาเหตุหลักของโซลาร์เซลล์ร้อนเกินไป

  1. การระบายอากาศใต้แผงไม่เพียงพอ
    แผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งชิดหลังคาหรือพื้นผิวราบอาจมีอากาศไหลผ่านใต้แผงไม่เพียงพอ ทำให้ความร้อนสะสมและส่งผลให้แผงร้อนเกินไป
  2. การติดตั้งบนหลังคาที่สะสมความร้อนสูง
    หลังคาบางประเภท เช่น หลังคาเมทัลชีทหรือหลังคาที่มีสีเข้ม จะดูดซับความร้อนมาก ทำให้แผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งอยู่ด้านบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า

วิธีแก้ไขและป้องกัน

ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้มีระยะห่างจากหลังคา
การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้มีช่องว่างระหว่างหลังคาและแผง จะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ลดการสะสมความร้อน และช่วยให้แผงทำงานที่อุณหภูมิเหมาะสม

ใช้วัสดุรองใต้แผงโซลาร์เซลล์ที่ช่วยลดความร้อนสะสม
สามารถใช้วัสดุฉนวนหรือวัสดุระบายความร้อนเพื่อรองแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งจะช่วยลดความร้อนสะสมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า

ตรวจสอบและบำรุงรักษาแผงโซลาร์เซลล์เป็นประจำ
การตรวจสอบสภาพแผงและความสะอาดของพื้นผิวแผงโซลาร์เซลล์ รวมถึงการตรวจสอบการระบายอากาศใต้แผงอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดปัญหาโซลาร์เซลล์ร้อนเกินไปและยืดอายุการใช้งาน

ระบบโซลาร์เซลล์ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานไฟฟ้า

หนึ่งในปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังติดตั้ง โซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะกรณีที่ติดตั้งด้วยตนเองหรือใช้ผู้ติดตั้งที่ไม่มีประสบการณ์ คือระบบโซลาร์เซลล์ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานไฟฟ้าของบ้านหรือโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งปัญหานี้สามารถส่งผลต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าได้

สาเหตุหลัก

  1. การต่อสายไฟไม่ถูกต้อง
    การต่อสายไฟของระบบโซลาร์เซลล์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน หากต่อสายผิดพลาด เช่น การต่อสายไฟผิดขั้ว หรือการต่อสายแบบไม่ปลอดภัย อาจทำให้ระบบทำงานผิดปกติหรือเกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน
  2. ระบบโซลาร์เซลล์ไม่เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าของบ้าน
    ในบางครั้งแผงโซลาร์เซลล์หรืออินเวอร์เตอร์อาจมีสเปคที่ไม่ตรงกับแรงดันหรือกระแสไฟฟ้าที่บ้านใช้อยู่ ทำให้ระบบทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือแม้กระทั่งไม่สามารถจ่ายไฟเข้าสู่บ้านได้

วิธีแก้ไขและป้องกัน

ตรวจสอบการเดินสายไฟและการต่อเข้ากับบ้านตามคู่มือ
ควรตรวจสอบการเดินสายไฟทั้งหมดให้ตรงตามคู่มือของผู้ผลิตโซลาร์เซลล์ รวมถึงตรวจสอบแรงดันและกระแสไฟฟ้าที่เข้าสู่บ้านว่าตรงกับสเปคของระบบ

เรียกช่างผู้เชี่ยวชาญหากไม่มั่นใจ
หากผู้ติดตั้งไม่มั่นใจในขั้นตอนการต่อสายไฟ หรือการปรับระบบให้เข้ากับบ้าน ควรเรียกช่างติดตั้งโซลาร์เซลล์มืออาชีพเข้ามาตรวจสอบและปรับแก้ให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจร หรืออุปกรณ์เสียหาย

ตรวจสอบมาตรฐานระบบไฟฟ้า
นอกจากการต่อสายไฟแล้ว การตรวจสอบให้ระบบโซลาร์เซลล์สอดคล้องกับมาตรฐานไฟฟ้าของพื้นที่ เช่น การรับรองมาตรฐาน มอก. หรือ IEC จะช่วยให้ระบบทำงานได้ปลอดภัยและเสถียรยิ่งขึ้น

การติดตั้ง โซลาร์เซลล์ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่เพื่อความปลอดภัย แต่ยังช่วยให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบหลังติดตั้งจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและจำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์อย่างมั่นใจ

การบำรุงรักษาโซลาร์เซลล์

การดูแลและบำรุงรักษา โซลาร์เซลล์ เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ขั้นตอนการบำรุงรักษา

ตรวจสอบแผงโซลาร์เซลล์อย่างน้อยเดือนละครั้ง

ล้างฝุ่น คราบน้ำฝน หรือเศษใบไม้

ตรวจสอบอินเวอร์เตอร์และสายไฟ

ตรวจสอบขั้วต่อแผงโซลาร์เซลล์ให้แน่น

การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งานของ โซลาร์เซลล์ และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น


ปัญหาโซลาร์เซลล์ หลังติดตั้งและวิธีแก้ไขง่าย ๆ | NEPS