โซลาร์เซลล์ผิดปกติ 7 สัญญาณเตือนและวิธีซ่อมแซมให้เต็มประสิทธิภาพ

สัญญาณเตือนว่าแผงโซลาร์เซลล์ของคุณต้องซ่อม

โซลาร์เซลล์ผิดปกติ ในยุคที่พลังงานสะอาดและยั่งยืนกลายเป็นเทรนด์สำคัญทั่วโลก การใช้พลังงานจากแหล่งธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ ลม และน้ำ กลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับทั้งครัวเรือนและธุรกิจขนาดใหญ่ หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ โซลาร์เซลล์ เพราะนอกจากจะช่วยผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ด้วยตัวเอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวแล้ว ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนอีกด้วย

หลายคนมักเข้าใจว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพียงครั้งเดียวแล้วระบบจะทำงานได้ยาวนานโดยไม่ต้องยุ่งยาก แต่ความจริงแล้ว แม้แผงโซลาร์เซลล์จะถูกออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 20–25 ปีหรือมากกว่านั้น การบำรุงรักษาและการตรวจสอบระบบเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ยังคงสูงอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเวลาผ่านไป แผงโซลาร์เซลล์อาจเผชิญกับหลายปัจจัยที่ทำให้ประสิทธิภาพลดลง เช่น สภาพอากาศที่รุนแรง ฝนตกหนัก ลมแรง ลูกเห็บ หรือแม้แต่แสงแดดจัดในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งสามารถสร้างความร้อนสะสมในแผงและทำให้วัสดุภายในเสื่อมสภาพได้ นอกจากนี้ ฝุ่นละออง ใบไม้ ขี้นก หรือคราบสกปรกที่เกาะบนผิวแผงโซลาร์เซลล์ก็สามารถบดบังแสงอาทิตย์ ส่งผลให้ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

อีกปัจจัยที่หลายคนมักมองข้ามคือความเสียหายของระบบไฟฟ้าในโซลาร์เซลล์เอง เช่น การเชื่อมต่อสายไฟที่หลวม การลัดวงจรภายในแผง หรือปัญหาอินเวอร์เตอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรงจากแผงโซลาร์เซลล์ให้เป็นกระแสสลับที่สามารถใช้งานในบ้านและธุรกิจได้ หากระบบเหล่านี้เกิดปัญหาโดยไม่ได้รับการแก้ไข จะส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ลดลงอย่างรวดเร็ว และอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของแผงโดยรวม

การติดตั้งโซลาร์เซลล์อย่างถูกวิธีตั้งแต่แรกเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การวางมุมแผงให้รับแสงแดดได้เต็มที่ การเลือกอุปกรณ์คุณภาพสูง และการติดตั้งโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ แต่ถึงแม้ระบบจะติดตั้งได้มาตรฐาน การตรวจสอบและบำรุงรักษาเป็นประจำก็ยังจำเป็น เช่น การทำความสะอาดแผง การตรวจสอบสายไฟและอินเวอร์เตอร์ หรือการเช็กโครงสร้างและขาตั้งของแผงโซลาร์เซลล์

ยิ่งไปกว่านั้น การดูแลโซลาร์เซลล์อย่างสม่ำเสมอไม่เพียงแต่ช่วยให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแผง ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมใหญ่ในอนาคต และสร้างความมั่นใจว่าระบบพลังงานสะอาดของคุณจะปลอดภัยต่อทั้งครัวเรือนและธุรกิจ

ในภาพรวม การติดตั้งโซลาร์เซลล์ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า แต่การรักษาประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์ให้อยู่ในระดับสูงตลอดเวลาต้องอาศัยทั้งความรู้ ความใส่ใจ และการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง การสังเกตสัญญาณเตือนต่าง ๆ เช่น การผลิตไฟฟ้าลดลง ความเสียหายของแผง หรือการแจ้งเตือนจากอินเวอร์เตอร์ จะช่วยให้คุณสามารถซ่อมแซมหรือปรับปรุงระบบได้ทันท่วงที ทำให้การลงทุนในโซลาร์เซลล์ของคุณคุ้มค่าที่สุด และระบบสามารถผลิตพลังงานสะอาดได้ต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน

โซลาร์เซลล์ผิดปกติ ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ลดลงผิดปกติ

หนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนและเห็นได้ง่ายที่สุดว่าระบบ โซลาร์เซลล์ ของคุณอาจมีปัญหาคือ การที่ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ลดลงกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสัญญาณนี้สามารถสังเกตได้ทั้งจากการตรวจวัดการใช้ไฟฟ้าในบ้านหรือธุรกิจ และจากระบบตรวจวัดพลังงาน (Monitoring System) ที่ติดตั้งร่วมกับแผงโซลาร์เซลล์

หากคุณมีระบบ Monitoring System คุณสามารถดูกราฟการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ย้อนหลัง เปรียบเทียบกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงเวลาต่าง ๆ เช่น เดือนต่อเดือน หรือปีต่อปี หากพบว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าลดลงมากกว่า 10–20% ต่อเดือน โดยไม่มีเหตุผลจากสภาพอากาศ เช่น ฝนตกหนัก หรือมีเมฆมากติดต่อกัน นั่นเป็นสัญญาณชัดเจนว่า แผงโซลาร์เซลล์ของคุณอาจเริ่มเสื่อมสภาพหรือมีปัญหาในระบบไฟฟ้า

สาเหตุหลักที่ทำให้ปริมาณไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ลดลง มีหลายปัจจัย เช่น

การเสื่อมสภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ภายในแผงโซลาร์เซลล์
แม้โซลาร์เซลล์จะถูกออกแบบให้มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 20–25 ปี แต่เซลล์แสงอาทิตย์ภายในก็จะค่อย ๆ เสื่อมประสิทธิภาพตามกาลเวลา การเสื่อมสภาพนี้อาจเกิดจากการถูกแสงแดดและความร้อนสะสมเป็นเวลานาน หรือความชื้นซึมเข้าสู่แผง ทำให้การแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าลดลง

การเชื่อมต่อสายไฟหลวมหรือชำรุด
ระบบโซลาร์เซลล์มีสายไฟและขั้วต่อหลายจุด หากสายไฟหลวม สัมผัสไม่แน่น หรือเกิดการชำรุด จะทำให้ไฟฟ้าที่ผลิตจากแผงโซลาร์เซลล์ไม่สามารถส่งต่อไปยังอินเวอร์เตอร์ได้เต็มที่ ส่งผลให้กำลังไฟฟ้าลดลง แม้ว่าแผงโซลาร์เซลล์เองจะยังอยู่ในสภาพดี

คราบสกปรก ฝุ่น หรือสิ่งบดบังบนผิวแผงโซลาร์เซลล์
ฝุ่นละออง ใบไม้ ขี้นก หรือคราบน้ำบนผิวแผงโซลาร์เซลล์สามารถบดบังแสงแดดได้โดยตรง แม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่หากสะสมเป็นเวลานาน อาจลดประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้มากถึง 10–30% การสังเกตและทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์เป็นประจำจึงสำคัญต่อการรักษาประสิทธิภาพ

การตรวจสอบปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้คุณสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาระบบโซลาร์เซลล์ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของแผง

แผงโซลาร์เซลล์มีรอยแตกหรือสีเปลี่ยน

แม้ว่า แผงโซลาร์เซลล์ จะถูกออกแบบให้ทนทานต่อสภาพอากาศและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความเสียหายทุกประเภทได้ เมื่อเวลาผ่านไป แผงโซลาร์เซลล์อาจเกิดปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและความปลอดภัยของระบบ เช่น

รอยร้าวหรือรอยแตกจากลูกเห็บหรือวัตถุที่ตกกระแทก
การที่ลูกเห็บ ต้นไม้ หรือเศษวัสดุตกใส่แผงโซลาร์เซลล์ สามารถสร้างรอยร้าวเล็ก ๆ บนผิวแผงได้ แม้รอยเล็กอาจไม่เห็นชัดในตอนแรก แต่การปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้รอยแตกขยายตัว และน้ำฝนหรือความชื้นซึมเข้าสู่เซลล์แสงอาทิตย์ ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลง หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรในบางกรณี

สีของแผงซีดลงหรือเกิดรอยไหม้
แสงแดดและความร้อนสะสมเป็นเวลานานสามารถทำให้สีของแผงโซลาร์เซลล์ซีดจาง หรือบางส่วนของแผงเกิดรอยไหม้ ความเปลี่ยนแปลงของสีเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลต่อความสวยงาม แต่ยังบ่งบอกถึงความเสื่อมสภาพของวัสดุภายในแผง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแปลงแสงแดดเป็นไฟฟ้า

กระจกหน้าแผงมีฝ้า คราบ หรือรอยที่เช็ดไม่ออก
คราบฝุ่น คราบน้ำ หรือความชื้นที่เกาะบนกระจกหน้าแผงโซลาร์เซลล์ สามารถทำให้การรับแสงของแผงลดลง แม้ว่าจะเป็นเพียงฝ้าเล็ก ๆ แต่ก็สามารถลดประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้หลายเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในระบบโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ที่ต้องการการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ความเสียหายลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ แต่ยังอาจสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น ไฟฟ้าลัดวงจรหรือความร้อนสะสมในจุดที่เสียหาย ดังนั้น หากพบรอยแตก รอยไหม้ หรือคราบฝ้าที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้ ควรรีบติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้าน โซลาร์เซลล์ เพื่อเข้ามาตรวจสอบและประเมินสภาพแผงทันที

การตรวจสอบแผงโซลาร์เซลล์อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ แม้แผงจะดูเหมือนยังทำงานได้ปกติ การตรวจพบความเสียหายตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันปัญหาที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต และช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบโซลาร์เซลล์ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาการใช้งานพราะน้ำหรือความชื้นอาจซึมเข้าสู่ระบบภายในได้ ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือแม้แต่ไฟไหม้ได้ในบางกรณี

โซลาร์เซลล์ผิดปกติ อินเวอร์เตอร์ส่งสัญญาณเตือน

อินเวอร์เตอร์ (Inverter) เป็นหัวใจสำคัญของระบบ โซลาร์เซลล์ ทำหน้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแผง ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่สามารถใช้ในบ้านได้ หากอินเวอร์เตอร์มีไฟแจ้งเตือนสีแดงหรือมีเสียงสัญญาณผิดปกติ นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าระบบโซลาร์เซลล์อาจมีปัญหา

อินเวอร์เตอร์บางรุ่นอาจมีหน้าจอแสดง Error Code คุณสามารถตรวจสอบรหัสนั้นในคู่มือการใช้งานเพื่อดูว่าเกิดความผิดพลาดประเภทใด เช่น

การเชื่อมต่อกับแผงโซลาร์เซลล์ขาด

มีแรงดันไฟฟ้าเกิน

หรืออุณหภูมิภายในเครื่องสูงเกินไป

หากคุณไม่มั่นใจในการตรวจสอบเอง ควรให้ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบระบบ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลามไปถึงส่วนอื่นของระบบโซลาร์เซลล์

มีเสียงดังหรือกลิ่นไหม้จากระบบโซลาร์เซลล์

เสียงแปลก ๆ เช่น เสียง “ซ่า” หรือ “ป๊อบ” บริเวณตู้คอนโทรล หรือกลิ่นไหม้จากสายไฟ เป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเกิดจากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าในโซลาร์เซลล์ ซึ่งอาจนำไปสู่ไฟไหม้ได้

สาเหตุที่มักพบ ได้แก่

สายไฟเก่าหรือขั้วต่อหลวม

ความชื้นจากฝนซึมเข้าสู่ระบบ

อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานหรือมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์โดยไม่มีการตรวจสอบอย่างถูกวิธี

ดังนั้น เมื่อพบสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบตัดไฟและเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบโดยด่วน อย่าพยายามซ่อมเองหากไม่มีความรู้ เพราะระบบโซลาร์เซลล์เป็นระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันสูง

ฝุ่น คราบสกปรก หรือขี้นกเกาะแน่นบนแผงโซลาร์เซลล์

แม้ว่าจะฟังดูเล็กน้อย แต่ “ความสะอาด” ของแผงโซลาร์เซลล์มีผลต่อการผลิตไฟฟ้ามากกว่าที่คิด แผงที่มีฝุ่นหนา ขี้นก หรือใบไม้เกาะ จะทำให้แสงแดดไม่สามารถตกกระทบกับเซลล์ได้เต็มที่ ซึ่งอาจลดประสิทธิภาพได้ถึง 20–30%

ควรทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์อย่างน้อยปีละ 2–3 ครั้ง โดยใช้วิธีที่ถูกต้อง เช่น

ใช้น้ำสะอาดฉีดเบา ๆ

ใช้ผ้านุ่มเช็ด

หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีหรือฟองน้ำแข็งขัด

หากเป็นระบบโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่หรืออยู่ในพื้นที่สูง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำรุงรักษาโซลาร์เซลล์เข้ามาดำเนินการแทน เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายของแผง

โครงสร้างหรือขาตั้งแผงโซลาร์เซลล์มีสนิมหรือหลวม

หลายคนอาจโฟกัสแต่ตัวแผงโซลาร์เซลล์ แต่โครงสร้างและขาตั้งก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ต้องตรวจเช็ก เพราะเป็นสิ่งที่รองรับน้ำหนักของแผงทั้งหมด หากเกิดสนิม หลวม หรือบิดงอจากแรงลม แผงอาจเคลื่อนตัวหรือหลุดออกได้ ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและความเสียหายรุนแรง

โดยเฉพาะในบ้านที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา ควรตรวจสอบสภาพขาตั้งและโครงเหล็กอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากพบสนิมควรทาสีกันสนิมใหม่ หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหาย เพื่อยืดอายุการใช้งานของระบบทั้งหมด

ระบบตัดไฟอัตโนมัติทำงานบ่อยผิดปกติ

ระบบตัดไฟอัตโนมัติ (Breaker) ในชุดโซลาร์เซลล์มีหน้าที่ป้องกันไฟเกินหรือลัดวงจร แต่หากเบรกเกอร์ตัดไฟบ่อยเกินไปโดยไม่มีเหตุผล เช่น ไม่มีพายุหรือโหลดไฟเกิน อาจเป็นสัญญาณว่าระบบมีปัญหา เช่น

อินเวอร์เตอร์ทำงานผิดพลาด

สายไฟภายในชำรุด

หรือมีไฟฟ้ารั่วในระบบโซลาร์เซลล์

อย่ามองข้ามปัญหานี้ เพราะการปล่อยให้เบรกเกอร์ตัดไฟบ่อย ๆ โดยไม่หาสาเหตุที่แท้จริง อาจทำให้เกิดความเสียหายสะสมและส่งผลต่อความปลอดภัยของบ้าน

โซลาร์เซลล์ผิดปกติ การบำรุงรักษาโซลาร์เซลล์อย่างสม่ำเสมอช่วยยืดอายุระบบ

การซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาโซลาร์เซลล์ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดปัญหา เพราะการดูแลเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) จะช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายใหญ่ได้มาก การดูแลโซลาร์เซลล์อย่างเหมาะสมประกอบด้วย

  1. ตรวจสอบประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าทุกเดือน
    เพื่อติดตามว่าระบบยังผลิตไฟได้ตามปกติหรือไม่
  2. ทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์เป็นประจำ
    ช่วยให้แผงรับแสงได้เต็มที่
  3. ตรวจสอบสายไฟ อินเวอร์เตอร์ และขั้วต่อ
    เพื่อป้องกันการหลวม ลัดวงจร หรือไฟรั่ว
  4. ตรวจสอบโครงสร้างและจุดยึดทุกปี
    เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงลมหรือสนิม
  5. เรียกผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสุขภาพระบบปีละครั้ง
    โดยเฉพาะระบบโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่หรือเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า

บทสรุป: อย่ารอให้โซลาร์เซลล์เสียก่อนถึงจะซ่อม

โซลาร์เซลล์ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า แต่เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ประสิทธิภาพย่อมลดลงเรื่อย ๆ สัญญาณเตือนต่าง ๆ เช่น กำลังไฟลดลง แผงแตก อินเวอร์เตอร์เตือน หรือมีกลิ่นไหม้ ล้วนเป็นสัญญาณว่าคุณควรตรวจสอบระบบโดยด่วน

การซ่อมบำรุงโซลาร์เซลล์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในอนาคต และยืดอายุการใช้งานของระบบได้อีกหลายปี หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้าน โซลาร์เซลล์ ควรเลือกบริษัทที่มีประสบการณ์ในการ ติดตั้งและบำรุงรักษาโซลาร์เซลล์ โดยเฉพา


โซลาร์เซลล์ผิดปกติ 7 สัญญาณเตือนและวิธีซ่อมแซมให้เต็มประสิทธิภาพ | NEPS